นายไพรัช เทียนบุตร
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่
085-7294175

ออนไลน์ 149 คน

เยี่ยมชม 10,992 คน

ประวัติ/สภาพทั่วไป

ยุคที่ 1
ประมาณปี พ.ศ. 1990 พม่าได้แผ่อำนาจเข้ากรุงสุโขทัยและตีหัวเมืองทางเหนือเมืองเชียงใหม่ เมืองสอด เมืองเชียงเมืองเชลียง เมืองสองแคว เมืองสระหลวง(พิจิตร) ก่อนที่จะเข้ากรุงสุโขทัย พิษณุโลก ถ้าเป็นฤดูน้ำหลากในเดือน 10 -11 น้ำจะท่วมมาก พม่าจะพักแรมค่ายทหารที่บริเวณเหนือบ้านต่อบ้านซ่าน จะทิ้งซากคลองที่แยกจากแม่น้ำฝากระดานเพื่อลัดสู่แม่น้ำยมเพื่อเข้าสุโขทัย และไปพิษณุโลก ได้ชื่อคลองนี้ ยังมีนามว่า คลองพม่า และจะมีเส้นทางทัพคู่ขนานกับคลองนี้เพื่อไปเมืองล่างอีก หลักฐานก็คือ ซากเจดีย์เก่า สันนิษฐานว่ามีแม่ทัพมาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายจึงสร้างเจดีย์ และเสาหงส์ตั้งไว้จึงได้สร้างวัดขึ้นที่นี่ และได้รับอิทธิพล ศิลปะสืบทอด เช่น เจดีย์ เสาหงส์ กุฎิพระหลังใหญ่ ซึ่งยังอิทธิพลพม่าต่อมาให้เราเห็นถึงปัจจุบัน

ที่มา : จากบันทึก นายเว้ง ขำพงษ์ ครูโรงเรียนบ้านไร่ บันทึกปี 2465

ยุคที่ 2
เมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีเศษมาแล้ว (ประมาณ พ.ศ. 2430 – 2440) ชาวลาวจากนครเวียงจันทร์ ประเทศลาว ที่เรียกกันว่า ลาวพรวน กลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและตั้งถิ่นฐานที่เมืองด้ง (บ้านหาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ในปัจจุบัน) แต่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกเจ้าของถิ่นเดิมรบกวนจึงต้องอพยพร่นลงมาทางใต้ ตามแนวลุ่มแม่น้ำยมจนถึงบ้านสระบู (บ้านหนองกลับ อ.สวรรคโลก ในปัจจุบัน) ได้หักร้างถางป่าอยู่รวมกับเจ้าของถิ่นเดิมได้ประมาณเกือบยี่สิบปี ก็ไม่สามารถที่จะทนการรบกวนจากเจ้าของถิ่น เดิมได้อีก จึงอพยพแยกกันเป็นสามกลุ่ม โดย
กลุ่มที่ 1 อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณตำบลบ้านซ่านปัจจุบัน
กลุ่มที่ 2 อพยพมาตั้งถิ่นฐานบริเวณตอนเหนือของตำบลบ้านไร่ (ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 1,2)
กลุ่มที่ 3 อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านประดู่หลุม (ปัจจุบันเป็นบ้านแม่น้ำหมู่ที่ 6 ต.บ้านไร่)
กลุ่มนี้บางส่วนไม่พอใจพื้นที่เป็นที่ลุ่ม มีน้ำท่วม จึงได้แยกตัวออกไปหาที่อยู่ใหม่ในที่ทางตอนใต้ ปัจจุบันคือ หมู่ที่ 4 บ้านดอนจันทร์ ต.บ้านไร่ชาวลาวพรวนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณตำบลบ้านไร่นี้ล้วนนับถือศาสนาพุทธจึงได้มีการสร้างวัดเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศลและบวชลูกหลานขึ้น โดยกลุ่มที่ 1 ได้สร้างวัดบ้านซ่าน ขึ้นก่อน ต่อมากลุ่มที่ 2 จึงได้สร้างวัดบ้านไร่ สำหรับกลุ่มที่ 3 ก็ได้สร้างวัดขึ้นเช่นกัน แต่เนื่องจาก กลุ่มนี้เป็นชุมชนขนาดเล็ก วัดจึงกลายเป็นวัดร้างและหมดสภาพไปในที่สุด
ชื่อ บ้านไร่ เกิดขึ้นจากการที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานแต่เดิม ได้ช่วยกันแผ้วถางป่าใช้ในการทำไร่ ในระยะแรก แต่ต่อมาภายหลังจึงได้ปรับปรุงเป็นที่นา
ชื่อ บ้านไร่ จึงเป็นที่เรียกชุมชนนี้และได้กลายเป็นชื่อ ตำบลบ้านไร่ ในปัจจุบัน

ที่ตั้งและอาณาเขต

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอศรีสำโรง อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอศรีสำโรง ประมาณ 12 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากจังหวัดสุโขทัย ประมาณ 30 กิโลเมตร

ทิศเหนือติดต่อกับตำบลเมืองบางขลัง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
ทิศใต้ติดต่อกับตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง และตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
ทิศตะวันออกติดต่อกับตำบลบ้านซ่าน และตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย
ทิศตะวันตกติดต่อกับตำบลราวต้นจันทร์ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

เนื้อที่

ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย มีเนื้อที่ประมาณ 37.74 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 23,590 ไร่


ภูมิประเทศ

ตำบลบ้านไร่ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่าน พื้นที่เหมาะแก่การเกษตร ในฤดูฝนจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมส่วนในฤดูแล้งก็ประสบกับปัญหาภัยแล้งขาดน้ำในการทำการเกษตร


ประชากร
จำนวนประชากร (คน)
หมู่ที่ชื่อหมู่บ้านชายหญิงรวมจำนวนครัวเรือนชื่อผู้นำ
1บ้านไร่ 266 282 548 275นายบำรุง เทียนบุตร
นายชิน รื่นรส
2บ้านไร่ 143 132 275 110นายธีระศักดิ์ สุขสัมพันธ์
3บ้านไร่ 271 353 624 256นางสาวยุพาภรณ์ ปานมั่น
4บ้านดอนจันทร์ 484 502 986 332นายสมศักดิ์ อินหล่อ
5บ้านไร่ 269 300 569 194นายสมนึก นุเวที
นายชัยมูล มะลิวัลย์
6บ้านแม่น้ำ 185 211 396 125นางสาวนิสากร ถ้วนคำ
นางสุภาพร ราชอาสา
7บ้านไร่ 205 237 442 151นางสำราญ ด้วงบาง
นายณเรศ บุญทวี
8บ้านบุ่งสัก 182 198 380 143นายธีรวัฒน์ วรรณบุตร
นางสวรรค์ วังทอง
9บ้านนาพง 136 160 296 95 นายราเชน ภู่รพ
10บ้านคลองชัด 133 135 268 84 นายวีระ ผลสมบูรณ์โชค
นายโปรด สุวรรณโฉม
11บ้านไร่ใต้ 258 248 506 158 นางอำนวย ปานมั่น
นายบรรเทา คเชนทร
รวม2,532 2,758 5,290 1,923

พ.จ.อ.วิชาญ ช่วยเพ็ญ
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่
055-685-196
เปลี่ยนภาษา